Self-esteem คือความคิดที่เรามีต่อตัวเอง ซึ่งมีผลต่อการใช้ชีวิตในทุกๆวัน
Self-esteem คืออะไร? ทำไมพ่อเเม่ถึงควรรู้?

Self-esteem คืออะไร? ทำไมพ่อเเม่ถึงควรรู้?

Self-esteem เป็นศัพท์ที่เราได้ยินบ่อยมากในปัจจุบันถ้าพูดถึงการพัฒนาตนเอง
Self = ตัวเอง
Esteem = ความเคารพ

เเปลเป็นไทยคือ “การเคารพและเห็นคุณค่าในตัวเอง”

Self-esteem (การเห็นคุณค่าในตัวเอง) คือความคิดที่เรามีต่อตัวเอง ซึ่งมีผลต่อการใช้ชีวิตในทุกๆวัน

ความคิดดังกล่าวสามารถเป็นทัศนคติด้านบวกที่เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน การใช้ชีวิตและการตั้งเป้าหมายของตัวเราได้ หรือสามารถเป็นทัศนคติด้านลบ ที่ส่งผลให้รู้สึกแย่และมีมุมมองความคิดต่อตัวเองในแง่ลบได้เช่นกัน ซึ่งส่งผลให้การทำงาน ความสัมพันธ์เเละชีวิตไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ก็เป็นได้

จากทฤษฎีพีระมิดความต้องการของมนุษย์ ของมาสโลว์ (Maslow’s hierarchy of needs) ที่นำเสนอ 5 ลำดับขั้นที่สะท้อน “ความต้องการ” ของมนุษย์ที่มีระดับแตกต่างกัน ซึ่ง “Esteem” (การได้ถูกเห็นคุณค่าโดยผู้อื่น) อยู่ในลำดับที่ 4 (ตามรูป) เเสดงให้เห็นเลยว่า มีคุณค่าในตัวเองนั้นเป็นสิ่งที่มนุษย์ต้องการเเละสำคัญอย่างมากในการนำไปสู่การค้นพบ”ศักยภาพของตัวเองและการประสบความสำเสร็จในชีวิต”

การให้ความสำคัญของการเห็นคุณค่าในตัวเอง ในวัยเด็กนั้น เป็นโจทย์ที่สำคัญของพ่อเเม่ทุกคน เพราะการมี Self-esteem ที่ต่ำสามารถเกิดขึ้นได้ง่ายในวัยเด็ก ซึ่งสาเหตุเกิดจากปัจจัยแวดล้อมรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นพ่อเเม่ เพื่อน ครู สังคม เป็นต้น เช่น การถูกเพื่อนเเกล้งหรือล้อ (Bullying) การหย่าร้างของพ่อแม่ หรือเเรงกดดันจากผลการเรียนที่ไม่ดี ดังนั้นในระยะยาวสิ่งเหล่านี้จะส่งผลต่อร่างกายและจิตใจ เช่น ความรู้สึกเกลียดตัวเองไร้ค่า ไม่มีใครชอบ มีปัญหาในการตัดสินใจ ไม่มีความสุข ไม่มีความมั่นใจ ไม่เชื่อในคำชื่นชมของผู้อื่นที่มีต่อตนเอง เป็นต้น อาการเหล่านี้อาจจะทำให้เกิดอาการวิตกกังวล (Anxiety) หรือโรคซึมเศร้า (Depression) ตามมาได้ในที่สุด

ดังนั้น ถ้าเด็กอยู่ในสิ่งเเวดล้อมที่เขาสามารถพัฒนาได้ เด็กคนนั้นก็มีโอกาสเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจน รู้ว่าจุดเเข็งหรือความถนัดของตัวเองคืออะไร และจะประสบความสำเสร็จทั้งในด้านการงานและชีวิต ซึ่งพ่อเเม่มีส่วนสำคัญในการพัฒนา Self-esteem ของลูกมากที่สุด

Self-esteem

“การเคารพและเห็นคุณค่าในตัวเอง” ต่ำอาการเป็นไง?

  • อ่อนไหวง่ายต่อคำวิจารณ์
  • ไม่กล้าตัดสินใจ
  • กดดันตัวเอง
  • กลัวการเข้าสังคม
  • เครียด
  • วิตกกังวล

เพิ่ม “การเห็นคุณค่าในตัวเอง” ยังไงดี?

  • ใช้เวลากับคนใกล้ชิดมากขึ้น
  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • คิดเกี่ยวกับตัวเองในแง่บวก
  • ไม่เปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่น
  • ตระหนักถึงข้อดีของตนเอง

Self-esteem

พ่อเเม่ควรทำอย่างไรถึงที่จะเพิ่ม “การเคารพ และเห็นคุณค่าในตัวเอง” ให้กับลูกๆ ?

1. ควรโฟกัสที่จุดเเข็งของลูกไม่ใช่จุดอ่อนหรือข้อผิดพลาด

พยายามพูดถึงจุดเเข็งเเละความสามารถของลูก รวมถึงกระตุ้นให้เขาใช้ความสามารถที่โดดเด่นของเขา เพื่อให้ลูกของคุณไม่รู้สึกอายและกล้าที่จะแสดงความสามารถที่เขามีให้คนอื่นได้รับรู้ อย่างไรก็ตาม ก็ควรช่วยลูกของคุณหาจุดอ่อนหรือข้อผิดพลาดเพื่อหาวิธีเเก้ไขร่วมกัน

2. การชนะเป็นเรื่องดี เเต่เราไม่สามารถชนะทุกครั้งได้

สอนให้ลูกเข้าใจว่าการเเพ้หรือความล้มเหลวไม่ใช่สิ่งเลวร้ายอะไร เเละควรยอมรับมันให้ได้ เพราะบางทีการ “ชนะ” หรือ “การประสบความสำเร็จ” ไม่สามารถวัดคุณค่าที่เเท้จริงของตัวเราได้ อย่างไรก็ตามควรจะหาดูว่าอะไรเป็นสาเหตุเเละควรเเก้ไขให้ดียิ่งขึ้น

3. สอนลูกให้ทำสิ่งใหม่ๆที่ไม่เคยทำมาก่อน

สอนลูกให้ทำสิ่งใหม่ๆเเม้มันจะเป็นเเค่เรื่องเล็กๆ เช่น ตัดต้นไม้ ล้างจาน กวาดพื้นถูพื้น เป็นต้น สิ่งเหล่านี้สามารถทำให้ลูกๆได้พัฒนาทักษะใหม่ๆ เเละได้รับรู้ถึงความรู้สึกว่าตัวเองมีค่าและสามารถทำเรื่องที่พ่อเเม่หรือผู้ใหญ่ทำได้สำเร็จเช่นกัน

4.. ลองให้ลูกมีสิทธิ์เลือกหรือตัดสินใจทำบางสิ่งบางอย่างบ้าง

ลองให้ลูกเลือกหรือตัดสินใจทำบางสิ่งบางอย่าง เพราะจะทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองมีค่า สามารถมีพลังในการเลือกทำหลายสิ่งด้วยตนเอง เช่น ให้ลูกเลือกร้านอาหารที่จะไปทานด้วยกันในวันอาทิตย์ สั่งอาหารให้พ่อเเละเเม่ เลือกเฟอร์นิเจอร์เเต่งบ้าน เป็นต้น ซึ่งลูกจะได้รับทักษะความเป็นผู้นำ การตัดสินใจที่เเน่วเเน่เด็ดขาด ความมั่นใจเเละการเห็นคุณค่าในตัวเอง

5. ทำให้ลูกได้เห็นได้รู้สึกถึงความรักความใส่ใจที่พ่อเเม่มีให้

เด็กทุกคนจะสามารถรับรู้ได้ถึงความรัก การถูกยอมรับและความสบายใจเวลาพ่อเเม่กอดหรือยิ้มระหว่างคุยหรือเจอกัน สิ่งนี้อาจจะเป็นเรื่องเล็กๆที่ทุกคนมองข้าม เเต่จริงๆเเล้วเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ลูกรู้สึกสบายใจ เเละรู้ว่ามีคนที่รักเเละอยู่ข้างๆเขาเสมอ สิ่งนี้ทำให้ลูกมีความมั่นใจ เเละมีกำลังใจในการทำสิ่งต่างๆระหว่างวัน

การรู้สึกไม่ค่อยดีกับตนเอง ไม่ชอบตนเอง ไม่ค่อยภูมิใจในตนเอง ขาดความเชื่อมั่น ความศรัทธา ไม่เห็นคุณค่าหรือเคารพตนเองเลย

นับเป็นลักษณะของผู้ที่มีภาวะ “ความพึงพอใจในตนเองต่ำ” ซึ่งจะสามารถแสดงออกได้หลายรูปแบบ หากใครมีความสงสัยว่า ตนเองหรือคนรอบข้างเข้าข่ายพฤติกรรมดังกล่าวหรือไม่ ลองอ่านข้อมูลเหล่านี้ดูเพื่อเช็กว่า เราเข้าข่ายเป็นคนที่มีภาวะ “ความพึงพอใจในตนเองต่ำ” หรือไม่

  1. อ่อนไหวง่ายต่อคำวิพากษ์วิจารณ์ของผู้อื่น คือ มักจะทนไม่ได้เมื่อมีคนมาวิพากษ์วิจารณ์ตน และมักจะแสดงออกทางอารมณ์ เช่น เศร้า เสียใจ โกรธ โมโห อย่างเห็นได้ชัด
  2. จิตตกง่าย เศร้าเสียใจง่าย แม้ได้รับการกระทบกระทั่งเพียงเล็กน้อย ก็จะเกิดอาการคิดมาก สะเทือนใจได้ง่าย
  3. กลัวการเข้าสังคม มองคนอื่นในแง่ลบ หรือ กลัวการถูกปฏิเสธ เช่น ไม่กล้าพูดคุย ไม่กล้าแสดงความคิดเห็น บางคนเลยเก็บตัว ไม่พบเจอใครเลย ถ้ามีอาการมากอาจตั้งตนเป็นปฏิปักษ์กับผู้อื่นไปเลย
  4. คอยเช็กเรตติ้งของตนเองอยู่ตลอด หรือ เรียกร้องความสนใจ เกิดจากการต้องการการยอมรับ และความรักจากผู้อื่น เช่น การลงรูปเพื่อเรียกยอดไลค์อยู่เป็นประจำ
  5. วิตกกังวล กระวนกระวายง่าย ขาดความสงบสุขทางใจ เกิดจากการขาดความเชื่อมั่น และศรัทธาในตนเอง
  6. กลัวทำผิดพลาด ย้ำคิดย้ำทำ เนื่องจากกลัวไม่สมบูรณ์แบบแล้วจะทำให้รู้สึกว่า ตนเองไม่ดี ไม่มีค่า
  7. ไม่กล้าลงมือทำสิ่งต่าง ๆ เพราะไม่ค่อยเชื่อว่า ตนเองจะดูแลจัดการสิ่งต่าง ๆ หรือแก้ปัญหาใดได้ และมักจะมองเห็นปัญหาข้างนอกใหญ่โตเกินจริง
  8. ชอบวางอำนาจ หรือ ควบคุมสั่งการคนอื่นมากเกินไป เนื่องจากขาดความรู้สึกมั่นคงจากข้างใน เลยต้องการความยำเกรงจากผู้อื่น เพื่อทำให้ตนมีความมั่นคง และมีคุณค่า
  9. พยายามหาข้อแก้ตัว หรือ หาเหตุผลเข้าข้างตนเอง เพื่อไม่ให้คนอื่นเห็นข้อบกพร่อง เพราะยังยอมรับข้อบกพร่องของตนเองไม่ได้
  10. เอาใจคนอื่นมาก ไม่กล้าปฏิเสธ หรือไม่กล้าบอกความต้องการของตนเองตรง ๆ เพราะ กลัวคนอื่นไม่รัก ไม่เป็นที่ยอมรับภายในสังคม
  11. อาการที่ยกมาเป็นเพียงตัวอย่างของอาการที่สามารถแสดงออกมาได้ ซึ่งอาจมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วยอีกหลายอาการ และโดยทั่วไปแล้วคนปกติ อาจจะมีลักษณะอาการเหล่านี้ได้บ้าง แต่ถ้ามีมากจนเกินไป เราอาจต้องกลับมาทบทวนตนเองกันว่า เราเห็นคุณค่า และมีความพอใจในตนเองมากน้อยแค่ไหนและถ้ายังไม่สามารถปรับวิธีคิดหรือมุมมองเพื่อให้เกิดความสุขในชีวิตได้ ก็อาจจะลองมาปรึกษาหรือพบจิตแพทย์ดูเพื่อที่จะหาแนวทางแก้ไข ปรับมุมมองให้เกิดความสุขในการดำเนินชีวิตที่จะนำพาไปสู่ความสำเร็จที่มุ่งหวัง

ติดตามบทความอื่นๆ ได้ที่นี่


อ้างอิง



No Comments

Leave a Reply