พ่อแม่ยุคใหม่ จะรับมืออย่างไรเมื่อลูกอยากเป็น YouTuber - Know-Are - สอนเด็กไทยให้เรียนรู้ชีวิต
พ่อแม่ยุคใหม่ จะรับมืออย่างไรเมื่อลูกอยากเป็น YouTuber
ลูกอยากเป็น YouTuber

พ่อแม่ยุคใหม่ จะรับมืออย่างไรเมื่อลูกอยากเป็น YouTuber

ในตอนที่เรายังเด็ก ย้อนกลับไปซักสามสี่สิบผมเป็นหนึ่งคนที่ทำงานด้านข่าวสาร การตลาด และเทคโนโลยี เลยทำให้ได้มีโอกาสอัพเดทอะไรใหม่ๆ อยู่เป็นประจำ ก็เลยอยากจะเอามาเล่าสู่กันฟังว่าพ่อแม่อย่างเราควรจะรับมือยังไงกับการเลี้ยงลูกยุคใหม่แบบทุกวันนี้!ปีที่แล้ว เมื่อเราถูกถามว่า “โตขึ้นอยากเป็นอะไร” เชื่อว่าคำตอบส่วนใหญ่ก็คงหนีไม่พ้น หมอ ตำรวจ ทหาร พยาบาล คุณครู นักร้อง ดารา อะไรเทือกๆนี้ พอจำได้ใช่มั้ยครับ แต่เด็กยุคนี้ส่วนใหญ่เค้าบอกว่า “โตขึ้นอยากเป็น YouTuber” ซึ่งต่างจากยุคพ่อแม่แบบเรานะครับ

จากที่ผมศึกษาผลสำรวจของเด็กอังกฤษกว่าหนึ่งพันคนที่มีอายุตั้งแต่ 6-17 ปี ได้คำตอบว่ากว่า 34% บอกว่าอยากเป็น YouTuber แถมไม่อยากรอให้โตขึ้นค่อยเป็นด้วย เพราะ YouTuber สามารถเป็นเองได้โดยไม่ต้องง้อแมวมอง หรือง้อช่องทีวีแบบสมัยก่อนแล้ว และลำดับที่สองบอกว่าอยากเป็น Blogger หรือ Vlogger มากกว่า 18% ส่วนลำดับที่สามถัดมาคืออยากเป็นนักดนตรีหรือนักร้องกว่า 16% ครับ

ส่วนหมอ พยาบาล นักข่าว นักกีฬา หรือทนายความน่ะหรอครับ โน่น! อยู่ลำดับที่ 6, 8 และ 10 เรียกได้ว่าเด็กสมัยนี้การเป็นหมอไม่เท่ห์เหมือนรุ่นเราเอาเสียแล้ว

ถ้าลองวิเคราะห์ต่อไปว่าทำไมเด็กยุคใหม่สมัยนี้ที่เป็นรุ่นลูกๆ เราถึงอยากเป็นจัง YouTuber Blogger Vlogger เนี่ย! ก็ต้องบอกว่าธรรมชาติในการดูสื่อของเค้าไม่เหมือนกับตอนเราเอาเสียเลย เพราะจากผลสำรวจเมื่อปี 2016-2017 พบว่าเด็กที่อายุระหว่าง 3-4 ขวบที่ใช้ YouTuber เพิ่มขึ้นถึง 11% และพออายุ 5-7 ขวบก็เพิ่มขึ้นอีก 17% ส่วนพออายุ 8-11 ขวบเพิ่มขึ้น 8% อย่าหลงคิดนะครับว่าตัวเลขที่น้อยลงจะหมายความว่าเค้าใช้น้อยลง แต่ที่จริงแล้วเพราะใช้งานจนเกือบทุกคนจนไม่เหลือคนที่ไม่ใช้ให้ใช้เพิ่มต่างหากครับ

และ YouTuber ยังเปิดเผยอีกว่าเด็กอายุ 3-4 ขวบใช้งาน YouTube ถึง 48% แล้ว และพอถึงอายุ 12-15 ก็ใช้ YouTuber ถึง 90% ของจำนวนประชากรทั้งหมดแล้วครับ

เรียกได้ว่าอะไรที่เราทำ ลูกๆ เราก็ทำได้ดีไม่แพ้เราเลยครับ

และเจ้า YouTuber ก็ออกแบบแอพให้ใช้งานง่ายมากๆ เมื่อวันก่อนผมมีโอกาสเฝ้าดูลูกของลูกพี่ลูกน้องคนนึง อายุแค่ขวบนิดๆ พูดยังไม่ค่อยได้ แต่กลับใช้งาน YouTuber ได้อย่างคล่องแคล่วโดยไม่ต้องมีใครสอนหรือบอกอะไรเลย

ผมสังเกตุเห็นว่าเค้าเลื่อนหน้าจอไปเรื่อยๆ เพื่อหาคลิปที่ตัวเองสนใจ พอเจอคลิปที่ตัวเองสนใจแล้วก็กดเล่น พอหยุดดูซักพักเริ่มเบื่อก็กดเลื่อนเพื่อหาคลิปใหม่ แล้วทุกอย่างก็วนเวียนแบบนี้ไปเหมือนไม่มีวันจบเลยครับ

ความน่ากังวลไม่ใช่การที่เด็กรุ่นใหม่ติด YouTube หรืออยากเป็น YouTuber แต่ความน่ากังวลคือพ่อแม่ยุคใหม่อย่างเราต้องไม่กังวลเกินเหตุ เพราะถ้าลองมองย้อนไป YouTuber หรือ Influencer หรือบรรดาคนดังบนออนไลน์ทั้งหลายก็ไม่ต่างจากดาราในยุคก่อนหรอกครับ เพียงแค่ดาราในยุคนั้นถูกจำกัดด้วยช่อง แต่ดาราในยุคนี้สามารถสร้างช่องตัวเองเพื่อให้ตัวเองดังได้

เหมือนกับเด็กคนหนึ่งที่สร้างช่องตัวเองบน YouTuber ที่คอยรีวิวของเล่นให้เด็กๆด้วยกันตามดู รู้ไหมครับว่าเค้ากลายเป็นหนึ่งคนที่มีผู้ติดตามสูงเป็นอันดับต้นๆของโลก คือสูงถึง 17ล้านคนที่ติดตามกับแค่การรีวิวของเล่นนี่แหละครับ

ในมุมมองผมคิดไปก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ในเมื่อเรายังชอบดูรีวิวโทรศัพท์ เครื่องสำอาง หรืออะไรก็ตาม แล้วทำไมเด็กเค้าจะไม่อยากดูรีวิวของเล่นจริงไหมครับ

จากทั้งหมดนี้ ทำให้ทาง Wall-Mart ห้างสรรสินค้ายักษ์ใหญ่ระดับโลกที่อเมริกา ถึงกับออกแคมเปญการตลาดมีให้เด็กได้ดูรีวิวของเล่นทุกชิ้นที่วางขาย เรียกได้ว่าพ่อแม่ก็ปล่อยให้ดูได้อย่างสบายใจเพราะจะไม่มีอะไรหลุดให้ดูนอกจากของเล่น ส่วนเด็กก็ยังสามารถกดเล่นให้รีวิวหลายๆแบบได้ไม่ใช่แค่แบบเดียว

ผมเข้าใจครับว่าเป็นพ่อแม่ยุคนี้ไม่ง่ายเลยนะครับ ในยุคก่อนเราต้องพึ่งพาความรู้จากพ่อแม่ แต่ในวันนี้วันที่ลูกสามารถรู้ทุกอย่างได้จาก Google และสามารถดูอะไรก็ได้บน YouTuber แต่รู้ไหมครับที่ยากที่สุดกลับไม่ใช่เราแต่เป็นลูกของเรา

สุดท้ายนี้หลายอาชีพที่เรา “คิดว่าดี” ต่อลูก หรือแม้แต่อาชีพที่ลูกมัก “คิดว่าดีต่อตัวเอง” เรารู้จักแค่ผิวภายนอก แต่จะมีสักกี่คนได้ลองเรียนรู้ที่จะเป็นอาชีพนั้นจริงๆ ที่ Know-Are เองก็มีให้น้องได้ลองเข้าค่ายที่ไม่ใช่แค่อบรม แต่ได้ไปเห็นและสัมผัสการทำงานของอาชีพนั้นจริงๆ มีให้เลือกเป็น 100 อาชีพ แม้แต่อาชีพ YouTuber ที่เด็กสมัยนี้เฝ้าฝันว่าอยากเป็นก็ยังมีให้ลอง

ลองคิดดูซิครับว่าถ้าลูกคุณได้ลองแล้วรู้ตัวเร็วว่าไม่ชอบ ก็จะได้ค้นหาโอกาสใหม่ในชีวิตได้ และลองคิดดูต่ออีกซิครับว่าถ้าคุณและลูกชอบ ก็จะได้เริ่มต้นเร็วกว่าใคร

เพราะในวันที่หนึ่งคำถามกลับมีคำตอบให้เลือกเป็นล้าน (ลองเสริชกูเกิลดูแล้วจะรู้) เราอย่าปล่อยให้ลูกต้องเรียนรู้และสู้ไปคนเดียวนะครับ เราต้องพร้อมที่จะกลับเป็นเด็กอีกครั้ง พร้อมที่จะมองโลกในมุมมองเค้าร่วมกัน และพร้อมที่จะเรียนรู้ไปพร้อมกันกับโลกของลูกๆของเราครับ

ขอบคุณ “พ่อหนุ่ย” คุณพ่อยุคใหม่เจ้าของเพจการตลาดวันละตอน ที่มาแชร์มุมมองและความรู้ดีๆ ให้กับผู้ปกครองทุกท่านนะครับ ^^

No Comments

Leave a Reply