ค่ายลองทำอาชีพในฝัน เพิ่งจบไปหมาดๆ มีเด็กกว่า 100 คนผ่านโครงการครั้งนี้… จึงอยากนำเรื่องราวที่ได้พูดคุยกับน้องๆมาแชร์ต่อเพื่อเป็นประโยชน์ต่อไป….

เริ่มบทสนทนา….. พี่ค่าย vs น้องค่าย

ลองบอกข้อดีของตัวเองให้ฟังหน่อยสิ ?

“ผมพูดเก่งพี่ , หนูชอบรับฟังคนอื่นค่ะ , ผมมีเพื่อนเยอะ”

บางคนอาจจะมีคำถาม บอกข้อดีไปทำไมพี่ ให้ผมโม้ตัวเองให้ฟังเนี่ยนะ พี่จะเชื่อผมหรอ ?

เราจึงตอบน้องไปว่า… การที่แกบอกข้อดีของตัวเองได้ นั่นคือการที่แกให้คุณค่าแก่ตัวเองนะ เคยชื่นชมตัวเอง เคยให้กำลังใจตัวเองหรือเปล่า หลายคนไม่เคย… เพราะอาจยังไม่เห็นค่าในตัวเองเพียงพอ

พร้อมแนะนำต่อว่า… รู้ไหมว่าถ้าเราได้ทบทวนข้อดีของตัวเอง บ่อยๆ ในทุกๆวัน จะทำให้น้องเกิดความเชื่อที่จะ “นับถือตัวเอง” ที่จะไม่หวั่นไหวไปกับคำว่าร้าย ติเตียน หรือกระทั่งคำชื่นชมที่ดูไม่จริงใจของคนรอบข้าง ไม่ต้องเชื่อพี่ก็ได้ แต่ลองทำทุกวันสิ

นักจิตวิทยามักเปรียบเทียบ กำลังใจของคน” เหมือน น้ำในแก้ว” ต้องหมั่นเติม ไม่เช่นนั้นจะแห้งเหือดไปได้ และเมื่อเติมตัวเองได้ดีแล้ว ก็อย่าลืมเติมกำลังใจให้คนอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน

แล้วข้อเสียของตัวเองล่ะ เล่าให้พี่ฟังหน่อย ?

หนูมีเยอะมากเลยค่ะพี่เอาเรื่องไหนดี หนูพูดไม่ถูกเลยค่ะ ให้ผมด่าตัวเองหรอพี่ ได้นะ จะฟังด้านไหนก่อนดี ?

เจอแบบนี้.. ต้องหยุดน้องก่อน พร้อมให้เขาทบทวนตัวเองใหม่ ว่าข้อเสียจริงๆ หรือว่าดูถูกตัวเอง

พร้อมมีคำถามที่ว่า “แล้วการบอกข้อเสียมันช่วยอะไรได้อ่ะพี่ ก็มันเสียไปแล้ว ?”

จึงตอบไปว่า.. แล้วแกอยากเสียมันไปตลอดหรอ ไม่อยากพัฒนาให้ดีขึ้นหรอ …  สิ่งนั้นคือประสบการณ์ มันไม่ใช่ “ความล้มเหลว” แต่เป็น “การเรียนรู้ไปสู่ความสำเร็จ”

รู้ไหมว่าการที่แกรู้ตัวเองว่ามีข้อเสียด้านไหนในวันนี้ มันทำให้แกรู้ว่าวันพรุ่งนี้แกจะพัฒนาตรงไหนต่อ  วันนี้พูดไม่เก่ง พรุ่งนี้ก็จะฝึกพูด วันนี้พูดไม่คิด พรุ่งนี้ก็จะเริ่มคิดก่อนพูดมากขึ้น

แม้มีน้องบางคนที่ไม่สามารถตอบข้อดี ข้อเสีย เราได้ ? จึงให้น้องกลับไปทบทวนตัวเอง เริ่มที่จะให้คุณค่าตัวเองได้ พร้อมพัฒนาข้อเสียในวันนี้ของตัวเอง ได้หรือยัง ?