ป้อม ปิยพันธ์ นักลงทุน CEO ใหญ่แห่งบริษัท Stock2morrow  อดีตวิศวกร ทำงานประจำมา 19 ปี ที่เขายืนยันว่า ตอนนี้เขาถือว่าเขาเกษียณอายุทำงานแล้ว ไม่คิดว่าการเป็น CEO นี้คือการทำงานอยู่ เพราะมีความสุขในทุกๆวัน

พี่ป้อม ปิยพันธ์ วงศ์ยะรา จบจากคณะวิศวกรรมศาสตร์เครื่องกล ที่ตอนนั้นเลือกคณะเพราะคิดว่าตัวเองชอบคำนวณ จบมาทำงานประจำบริษัทรับเหมาของญี่ปุ่น พี่ป้อมเล่าว่าเมื่อบริษัทส่งตัวไปคุมงานที่ญี่ปุ่น 6 เดือน ถือว่าเป็นช่วงเบรกงาน จากที่ทำหนัก งานเริ่มเบาขึ้น จึงถามตัวเองว่าเราจะทำงานไปจนเกษียณจริงหรือ ? คำตอบคือ… อยากเกษียณก่อนอายุ 50 ปี จนมีการลองผิดลองถูกในการลงทุนหุ้นบ้าง

                     “จนปี 2009 อายุ 40 ปี นำเงินที่มีไปซื้อหุ้นทั้งหมด และตัดสินใจลาออกจากงาน ถือว่าเป็นการเกษียณอายุแล้ว พอออกมาเดือนเดียวก็เซ็งเพราะว่าง จนเปิดบริษัท Stock2morrow (บริษัทที่ตอนนี้ให้ความรู้เรื่องธุรกิจ หุ้น และการลงทุน นอกจากมีเว็บไซต์แล้ว ยังมีสำนักพิมพ์ และการจัดสัมนาอีกด้วย)  แม้เป็น CEO ก็ยังคิดว่าตัวเองเกษียณแล้ว เพราะไม่คิดว่างานที่ทำอยู่คือการทำงาน เพราะทุกวันคือความสุขคือเป้าหมายของชีวิต”

 

อาชีพนักลงทุน พี่ป้อมเล่าว่า ไม่ใช่อาชีพที่สบาย และไม่ใช่ทุกคนจะประสบความสำเร็จได้ แม้จะมีการลงทุนหลายด้าน ไม่ว่าจะ หุ้น คอนโด น้ำมัน ทุกสิ่งอย่างต้องศึกษาตลอดเวลา ไม่จำเป็นที่ต้องลงทุนทุกอย่าง แต่การรู้เรื่องการลงทุนมากกว่า 1 อย่าง จะเปิดโอกาสได้มากกว่า

การรู้จักตัวเองเป็นสิ่งสำคัญของนักลงทุน เช่น พี่ป้อมเป็นนักลงทุนหุ้น ที่เป็นคนใจร้อน ยอมรับความเสี่ยงได้ จึงจะไม่ชอบซื้อหุ้นที่ง่ายๆทั่วไป ไม่ใช่มีหุ้นอะไรเข้ามาแล้วซื้อได้ทุกอย่าง แต่ก็จะมีคนอื่นๆที่ไม่เหมือนกัน ไม่ชอบความเสี่ยง ชอบซื้อได้ง่ายๆ ซึ่งนักลงทุนต้องเข้าใจตัวเองก่อนพอสมควร

             “พี่ป้อมไม่ชอบซื้อหุ้นที่คนสนใจเยอะๆ ชอบศึกษาก่อน และซื้อนำคนอื่นๆ และถือไว้ยาวๆ พอคนสนใจเยอะค่อยขายหุ้น ช่วงปี 2012 ตัดสินใจลงทุน Start Up แรกๆของประเทศ จน Start Up เริ่มบูม แสดงให้เห็นว่าถ้าโลกเปลี่ยน การลงทุนของเราก็เปลี่ยน ฉะนั้นการศึกษาและอัปเดตสถานการณ์ธุรกิจ และ เศรษฐกิจตลอด จึงสำคัญ”

นักลงทุน คนที่ไม่ประสบความสำเร็จก็มีเยอะพอสมควร พี่ป้อมบอกว่าเหตุผลคือมักไม่ศึกษาให้ดี อยากได้เงินไวๆ ลงทุนไม่เป็น หรือกระทั่งการเชื่อคนอื่นมากเกินไป เพราะคำแนะนำไม่สามารถใช้ได้กับนักลงทุน เนื่องจากไม่สามารถคาดการณ์ความเสียหายได้ เช่น มีช่วงนึงพี่ป้อมเริ่มมีอีโก้ ลงทุนเกินวงเงินตัวเองที่มีอยู่ จนขาดทุนสาหัสเป็นหลักล้าน จึงได้กลับมาทบทวนตัวเอง ศึกษาใหม่ ….

แม้วันนี้พี่ป้อมจะไม่ได้ใช้ความรู้ที่จบมา… ทักษะการลงทุนพี่ป้อมใช้การศึกษา ประสบการณ์ และลงมือทำจริงๆ แต่พี่ป้อมย้ำให้ฟังว่า ไม่ได้เสียดายที่เลือกเรียนวิศวะ การเลือกเรียนก็นำทักษะเหตุผลมาใช้ส่วนนึง ในการเลือกซื้อหุ้น ไม่ตัดสินใจง่ายๆ ต้องผ่านการคิด วิเคราะห์ คำนวณก่อนทุกครั้ง

   “การเรียนและการทำงานคนละเรื่องกัน ประสบการณ์สามารถใช้ได้ดีกว่าในการทำงาน หรือการใช้ชีวิต”  พี่ป้อมบอกไว้ทิ้งท้ายให้คิด