ก้อง อรรฆรัตน์ นิติพน เจ้าของ Mushroom Television พิธีกรรายการดัง อายุน้อยร้อยล้าน ที่หลายคนคงผ่านตาในหน้าเฟสบุ๊ค เขาผ่านชีวิตทั้งคนเบื้องหน้าและเบื้องหลังด้านวงการโทรทัศน์ ที่หลายคนใฝ่ฝัน อยากทำอย่างคนที่เราดูผ่านจอ…. แต่วงการนี้มันยากง่ายแค่ไหนกัน ?

พี่ก้อง จบนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เลือกเรียนเพราะเห็นคุณปู่เป็นผู้พิพากษา แล้วเท่ห์ดี จบมาเป็นที่ปรึกษาด้านกฏหมายในบริษัท…  แต่แล้วชีวิตมักมีความเปลี่ยนแปลงเสมอ…

 

พี่ก้องเริ่มเข้ามาวงการโทรทัศน์ ตั้งแต่เมื่อไร ?

พี่ชายคือพี่ อ่ำ อัมรินทร์ (ดารา,นักร้อง) ได้เวลาทำรายการจากช่อง 9 จึงชวนเราว่ามาทำรายการด้วยกันไหม จะเปิดบริษัทเองด้วย เราก็สนใจ ออกจากที่ปรึกษากฏหมาย  มาเข้าสู่วงการทีวี

 

ทำไมตอนนั้น พี่ก้องถึงลาออกและตอบรับพี่ชายง่ายๆ ?

 เพราะเป็นความฝันของวัยรุ่นสมัยนั้นอยู่แล้วที่อยากทำงานสายนี้ ได้ออกทีวี เป็นอะไรที่สุดยอด ไม่เหมือนสมัยนี้มี Social Media จะทำออกสื่อไหนก็ได้ ตอนนั้นเริ่มทำการตลาด ดูแลออฟฟิศทั้งหมด ในส่วนงานข้างหลังทั้งหมด ตอนนั้นสนุกมากรายการแรกทำ สปอร์ตฟอร์ฟัน พาไปสนามกอล์ฟทั่วประเทศ ซึ่งก็ต้องมาเรียนรู้งานกันใหม่หมด ไม่ได้ใช้กฏหมายที่เรียนมา ประสบการณ์ การเรียนรู้ การได้ลองทำจึงสำคัญ

“ย้อนไปตอนก่อนจะจบการศึกษาเคยทำงานพิธีกรตอนอายุประมาณ 20 ปี ชื่อรายการ 2001 ตามไปดู คู่พี่ติ๊ก เจษฎาภรณ์ รายการของแกรมมี่ เป็นพิธีกร 6 เดือน รายการก็ปิดตัวลง แต่ครั้งนั้นคิดว่าตัวเองเป็นพิธีกรที่ไม่ดีเลย เราไม่ฝึกฝนตัวให้ดีพอ เพราะเราคิดว่ามันเท่อย่างเดียว” 

พี่ก้องมีงานอย่างอื่นอีกไหมในวงการบันเทิง ?

ได้เล่น ละคร 5 เรื่อง เล่นหนัง 4 เรื่องในช่วง 3-4 ปีที่ทำบริษัทกับพี่ช่วงนั้น

“นักแสดงหรือดาราในสมัยนั้น มีโอกาสเติบโตในสายงานก็จริงแต่พอมาถึงจุดๆนึง ก็จะลดลงเร็วมาก แต่ถ้าเป็นงานอื่นจะยิ่งทำยิ่งเก่งตามเวลา มั่นคงขึ้นเรื่อยๆ นักแสดงเราไม่สามารถ กำหนดชีวิตเราได้ ไม่สามารถกำหนดความสำเร็จของเราได้ การแสดงที่ดีไม่ใช่เรากำหนด คนดู ผู้จัดเป็นคนกำหนดเรา ไม่ใช่เล่นดีจะดัง ไม่ใช่หล่อสวยแล้วจะดี มันมีอะไรบางอย่างที่บอกไม่ได้

พูดถึงการเปิดบริษัท Mushroom ของตัวเอง ?

ตอนนั้น ในช่อง ยูบีซีอินไซท์ หรือช่องทรูวิชั่น ในปัจจุบัน เขาต้องการผู้จัดรายการทีวีในไทย ผลิตโดยคนไทย ก็มีคนมาถามเราว่าสนใจเสนอรายการไปไหม เราก็ตื่นเต้นและอยากทำ เพราะในเมื่อไม่มีใครจ้างเราเป็นพิธีกร เราเลยจ้างตัวเองแล้วกัน ก็ทำรายการอย่างที่เราอยากทำ ตอนนั้นเสนอรายการแรก แซ่บเสพเสพ ทำทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลัง มีพื้นฐานการทำงานที่ทำกับพี่มาแล้ว ครั้งนั้นเป็นการเปิดโลกของอาชีพพิธีกร เพราะว่าได้เจอคนหลากหลาย ตอนนั้นได้ค่าผลิตเป็นตอน ตอนละ 55,000 บาท ก็พบเจอเหตุการณ์พวกส่งเทปไม่ทัน เทปยับ เทปไม่ดี ก็โดนทางช่องด่า แต่ก็ไม่ท้อจนเกิดอีกหลายรายการ ในช่องเดียวกัน มีขอสปอนเซอร์ จนได้ทำทุกอย่างที่อยากทำ มันสนุกสุดๆเลย

“เราอยากบอกต่อในสิ่งที่เรารู้ แต่ราต้องรู้ในสิ่งที่เราจะบอกอย่างถ่องแท้ ซึ่งเป็นคุณสมบัติหนึ่งของพิธีกร ที่ไม่ใช่แค่หน้าตาดี สวยหล่อ แต่พิธีกรต้องมีหน้าที่รู้ในเนื้อหานั้นนั้นให้คนดูเชื่อ เชื่อแล้วจะชอบ ชอบแล้วจะใช่ ใช่เดี๋ยวเขาจะรักเรา เขาจะติดตาม หมายความว่าเราต้องรู้ในเรื่องนั้นจริงๆ และเนื้อหาที่จะเล่าควรเป็นสิ่งที่เราชอบ แล้วเราจะสนุก”

พิธีกรที่ดี ในความหมายของพี่ก้อง ควรมีคุณสมบัติอย่างไร ?

รู้ไหมทำไมเขาถึงให้คุณค่ากับพิธีกร ดูแลพิธีกรอย่างดีที่สุด เพราะว่าสิ่งที่ทีมงานเบื้องหลังทำมาหลายเดือนจะถูกถ่ายทอดโดยพิธีกรเพียงคนเดียวหรือเพียงกลุ่มเดียว สคริปที่เขียนมาหลาย 10 หน้าถูกถ่ายทอดไปที่คนคนนั้น ถ้าทีมงานเลือกคนนั้นมาแล้วไม่สามารถถ่ายทอดอย่างดีได้  ทีมงานเบื้องหลังก็จะไม่ได้ประสิทธิภาพสูงสุด นั่นคือเหตุผลที่ว่าเราถึงดูแลพิธีกรอย่างดี

“เคยมีพิธีกรที่มาสมัครงาน รายการท่องเที่ยวแต่ถามว่าเคยดูรายการท่องเที่ยวไหมบอกว่าไม่เคย ถามว่าเที่ยวบ่อยไหม บอกไม่ค่อยได้ไป อย่างรายการอาหารถามว่าอาหารประเภทไหนตอบว่าไม่รู้ ซึ่งจะเจอบ่อยมาก ฉะนั้นทุกคนควรมีองค์ความรู้นั้นนั้นติดตัวมา ไม่ใช่เพราะอยากออกทีวี เพราะควรมีความรักในการนำเสนองานนั้นๆ เพราะหน้าที่หนึ่ง ของพิธีกรต้องเสนองานให้น่าสนใจและให้คนดูมีความสุขและความรู้ด้วย”

พี่ก้องเล่าทิ้งท้ายให้ฟังว่า ตอนนี้ใครก็สามารถเป็นพิธีกรได้ เพราะมีสื่อโซเชียลมีเดียอย่าง YouTube , Facebook มากมาย อยู่ที่คุณว่าคุณคุณให้อะไรกับคนดู พิธีกรก็ถือว่าเป็นอาชีพที่รายได้คงที่และมั่นคงกว่านักแสดง คิดเป็นเทปเป็นตอน หรือออนสเตจ 3 ช.ม. 8 หมื่นก็มี แสนนึงก็มี อยู่ที่ความสามารถประสบการณ์ของแต่ละคน และอีกอย่างพิธีกรก็เหมือนโปรดักส์ด้วย มีคู่แข่งอยู่เสมอ การรู้ในเรื่องที่ชอบ นำเสนอออกไปได้ดี จึงยังสำคัญเสมอ

จะเห็นได้ว่าพี่ก้อง ไม่ได้มีความรู้ด้านโทรทัศน์ ด้านนิเทศศาสตร์มาก่อนเลย แต่พี่ก้องได้มีโอกาส ได้ลองทำ ไม่หยุดนิ่ง ยอมเสี่ยงเพื่อที่จะทำตาม Passion ให้ออกมาดีที่สุด ฉะนั้นเราคงหยุดนิ่งกันไม่ได้แล้วว