จะมีใครรู้ว่าคณะที่ฝันไว้ ไม่เป็นไปอย่างที่เราคิด วันนี้ Know Are จะพาไปพูดคุยกับ หนึ่งในเจ้าของผลงานเว็บตูนไทยระดับท็อป 5 แห่ง LINE WEBTOON  กอไหมกอกาญจน์ ชำนาญช่าง ที่จบจากคณะมัณฑนศิลป์เกี่ยวกับการออกแบบภายใน ที่พี่กอไหมบอกว่าถ้าย้อนเวลากลับไปได้ อยากจะคิดให้ดีกว่านี้ เพราะการเรียนการสอนไม่ตรงกับสิ่งที่ต้องการ

แม้จะจบออกมาไม่ตรงสาย แต่ปัจจุบันพี่กอไหมก็ได้เป็นนักเขียนที่สร้างผลงานขึ้นชื่ออย่าง Dear Diary สวัสดีความทรงจำ การันตีคุณภาพด้วยยอดผู้ติดตามกว่า 600,000 คนให้กับ LINE WEBTOON แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ชีวิตพี่กอไหมต้องเจอกับอะไรบ้าง แล้วอาชีพนักเขียนการ์ตูนทำงานกันอย่างไร บอกเลยไม่ง่ายอย่างที่คิด!

มาร่วมงานกับ LINE WEBTOON ได้อย่างไร ?

หลังจากที่เรียนจบก็ไปทำงานพวกดิจิทัลเพนต์ ทำอาร์ตเวิร์กเกม แล้วพอเราออกจากงานประจำจะหันมาทำฟรีแลนซ์ แต่ตอนนั้น LINE WEBTOON จัดประกวดชาลเลนจ์ลีกคอนเทสต์พอดี ก็เลยเขียนส่งด้วยความรู้สึกสนุกแล้วอยากแชร์ พอได้รางวัลก็ได้โอกาสเขียนยาว

ทำไมตอนนั้น ถึงเลือกเรียนเกี่ยวกับการออกแบบภายใน ทั้งๆที่ชอบวาดการ์ตูน ?

รู้มาตลอดว่าตัวเองชอบวาดรูป ตอนแรกจะสอบเข้าสถาปัตย์ แต่มีวันหนึ่งเพื่อนชวนไปสอบคณะมัณฑนศิลป์เลยตัดสินใจเรียนคณะนี้เพราะตอนนั้นคิดว่าตัวเองความรู้เรื่องฉากมีน้อย อยากรู้เรื่องการออกแบบฉากให้มากขึ้น ตอนนั้นไม่ได้ศึกษาหลักสูตรให้ดีว่าเขาเรียนอะไรกันจริงๆ ทำให้พอไปเรียนแล้วคลาดเคลื่อนจากที่คิดไว้ค่ะ

เราไม่ได้ศึกษาให้ดีว่าคณะที่เลือก ยังไม่ตรงนักกับอาชีพที่ฝันไว้ ถ้าย้อนกลับไปได้ จะศึกษาให้ดีขึ้น ว่าคณะที่เราเลือกเขาสอนอะไรกันแน่ ทำให้ตอนที่เข้าไปเรียนรู้สึกช็อกมาก เพราะการเรียนไม่เหมือนอย่างที่เราคิดไว้

ช่วงเวลาที่ทนเรียนกับสิ่งที่ไม่ตรงกับความต้องการ ป็นช่วงที่ลำบากใจมากค่ะ บางทีไม่เข้าใจว่าเขาพูดเรื่องอะไร ต้องให้เพื่อนมานั่งสอนย่อยอีกทีว่า เขียนแบบตรงนี้คืออะไรเพราะเราไม่มีพื้นฐานเลย ยิ่งตอนฝึกงานพอเข้าออฟฟิศก็นับถอยหลังให้เลิกงานเร็วๆ มันทำให้รู้เลยว่าคงจะไม่ทำอาชีพนี้แน่ๆ รู้ว่าไม่ได้รักสิ่งที่กำลังทำอยู่ ก็เลยตัดสินใจทำงานสายการ์ตูนมาตลอด

พูดถึงอาชีพนักเขียนการ์ตูน’ ?

การวาดการ์ตูน ปัจจุบันมีอาชีพรองรับที่หลากหลาย  ถ้าสนใจและทุ่มเทเวลาเพื่อให้ตัวเองเก่งด้านที่สนใจ เชื่อว่ายังไงก็มีที่ให้อยู่ การทำงานกับ LINE WEBTOON รายได้ก็ถือว่าค่อนข้างมั่นคงค่ะ สามารถทำงานอยู่ที่บ้านได้ แต่ต้องมีความรับผิดชอบในการส่งงานให้ทันกำหนดทุกอาทิตย์

การทำงาน ก็จะรับผิดชอบตั้งแต่คิดเรื่อง เขียน Storyboard เขียนบทพูด วาดรูป ไปจนถึงการลงสี อย่างบางตอนที่เนื้อหายาวมากก็จะใช้เวลาเกิน 1 อาทิตย์ ทำให้สต็อคเริ่มหมด อาชีพนี้อิสระมาก แค่ต้องส่งให้ทันเดดไลน์

คนที่ทำงานเป็นฟรีแลนซ์ ต้องแบ่งเวลาตัวเองดีๆไม่อย่างนั้นสุขภาพจะมีปัญหา วันที่ทำงาน ติดกัน มาเป็นระยะเวลาหลายปีจะมีช่วงที่ร่างกายรับไม่ไหว ทำให้เริ่มคิดแล้วว่าเราจะใช้ชีวิตยังไงให้ปลอดภัย

“ ถ้าเราออกไปข้างนอกก็อาจจะเอา Storyboard ติดไปเขียนด้วย หรือว่าไปต่างจังหวัดก็อาจจะเอาไปเขียนในรถไฟ ต่บางทีก็มีโมเมนต์ที่ต้องอดนอนแบบข้ามวันข้ามคืนเพื่อให้งานเสร็จทันกำหนดแบบนั้นก็มีค่ะ

อยากทำงานสายนี้ ต้องเริ่มจากอะไร ?

ในส่วนของการเล่าเรื่อง คิดว่าโดยส่วนตัวเป็นคนช่างสังเกต อาจเอาเรื่องใกล้ตัว ทั้งเหตุการณ์ที่ทำให้เราเศร้าหรือ มีความสุข  ก็ลองมาเขียนเป็นเรื่อง หรืออาจฝึกจากการเล่าเรื่องให้เพื่อนฟัง ก็จะช่วยพัฒนาลำดับความคิดได้เหมือนกัน ว่าเราไปเจออะไรมา ส่วนการวาดน้องๆสามารถฝึกจากพื้นฐานก่อน จากดินสอแล้วค่อยขยับไปใช้เมาส์ปากกา หรือฝึกควบคู่กันไปก็ได้ค่ะ

สุดท้ายอยากบอกอะไรน้องๆที่ยังไม่ชัดเจนกับเส้นทางอนาคตของตัวเอง ?

สังคมยุคปัจจุบัน feedback ตามสื่อ social ต่างๆดูจะเป็นเรื่องสำคัญจนบางทีอาจจะทำให้เรา หลงลืมความรักในการทำงานจริงๆไป

งานที่ทำ สมมุติถ้าไม่มีใครชอบมันเลย แต่ว่าถ้าเรายังอยากที่จะทำมัน มีความสุขกับการสร้างมันออกมา คิดว่านั่นคืองานที่คุณรักจริงๆค่ะกลับกัน งานไหนที่คนชื่นชมเยอะแต่ว่า ตัวคนสร้างงานเอง ลึกๆแล้วไม่ได้ชอบสิ่งนั้นจริงๆ วันหนึ่งก็จะมีความทุกข์ในอีกรูปแบบหนึ่งอยู่ดีค่ะฉะนั้นน้องๆ อยากทำอะไร หรือสนใจสิ่งไหนก็ลองลุยดูเลยค่ะ แค่อยากทำ อยากเล่า แล้วได้ลอง ทำมันออกมา ก็พอแล้ว

ไม่อยากบอกว่าพ่อแม่ที่บังคับลูกเรียน จะผิดหรือถูก เพราะว่าบางทีแต่ละครอบครัว ก็มีเหตุผล ความจำเป็น หรือเงื่อนไขของตัวเอง แต่ถ้าครอบครัวของคุณเลือกได้ หรือมีทางเลือกพอ ก็อยากเชียร์ให้ ปล่อยให้เด็กเลือกสิ่งที่เขาสนใจจะเรียนจริงๆอย่างอิสระนะคะเพราะว่าถ้านั่นเป็นสิ่งที่เขารักจริงๆ ถึงสถานการณ์ในชีวิตเขาจะเป็นยังไง เขาก็จะไม่มานั่งเสียใจ หรือนั่งโทษตัวเองในภายหลัง