ตั้งเป้าหมายในชีวิตไปทำไม ? หลายคนอาจสงสัย แต่จริงๆแล้วนี่คือส่วนนึงในการค้นหาตัวเองเลยว่า ชีวิตเราต้องการอะไร ต้องการแค่ไหน แต่ย้ำว่า เป็นเพียงส่วนนึงเท่านั้นในการค้นหาตัวเอง และมีการเปลี่ยนแปลงได้

และย้ำอีกว่า !! เป้าหมายล้มเหลวได้ ถ้าเราไม่มุ่งมั่น เพียรพยายามพอ

สำรวจตัวเองก่อนตั้งเป้าหมายในชีวิต

ต้องตอบตัวเองให้ได้ ว่าเราคือใคร ? เพื่อดูว่าเราทำได้มากแค่ไหน ทำอะไรได้บ้าง

ความต้องการในอนาคตว่าแท้จริงแล้วต้องการอะไร เพื่อที่จะได้ไม่เสียใจทีหลัง (เป็นคำถามเบสิค ถ้ายังตอบไม่ได้ รอดูสเตปถัดไป)

 

1.  การเขียน

เป้าหมายของชีวิตที่ว่าหน้าตาและรูปร่างเป็นอย่างไร คงจะแย่มากๆ ถ้าไม่รู้จักละเลงมันออกมาให้ภาพชัดกว่าเดิม เพียงแค่มีสมุดและปากกาคู่ใจก็พร้อมลุยได้แล้ว ซึ่งการเขียนเป้าหมายลงไปแสดงออกถึงความตั้งใจ สร้างข้อผูกมัด ดึงดูดตัวเองให้รู้สึกฮึกเหิมเมื่อเห็นเป้าหมายที่เขียนลงไป หรือไม่ก็สร้างลู่ทางในการจะทำเป้าหมายในชีวิตเป็นไปตามที่หวัง

2.  การคิด

สิ่งที่ต้องทำลำดับต่อไปคือ “คิด” หมายถึงให้คิดโลกในแง่บวก  คิดถึงผลดีเพื่อเป็นแรงจูงใจ คิดถึงสิ่งที่จะตามมาถ้าเป้าหมายสำเร็จ รู้สึกอย่างไรถ้าเป้าหมายสำเร็จ แล้วถ้าไม่สำเร็จล่ะ? ไม่ควรคิดแต่เรื่องแย่ๆ ให้ปวดหัวแต่ควรคิดเหมือนเดิมในตอนแรก คิดว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวเอาใหม่ เพราะความล้มเหลวจะสอนให้เข้มแข็ง ใช้พลังตรงนั้นผลักดันให้ไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้

3.  การคุย

หมายถึงว่าให้พูดคุยกับตัวเองบ่อยๆ เรามีเวลาคุยจ้อกับคนอื่นได้ทั้งวัน แต่ควรนำเวลาที่มีมาพูดคุยกับตัวเองบ้าง ซึ่งพูดกับตัวเองไม่ใช่คนบ้านะ แต่เป็นการเตือนตัวเองให้รู้ว่าเราจะต้องทำอะไร หรือทำอะไรไปบ้าง ตรงไหนที่มันถูกและผิด อะไรคือข้อบกพร่องที่ทำให้ไม่ถึงเป้าหมายนั้นสักที

การพูดกับตัวเองทำได้ทุกเมื่อ ถ้าตอนเช้าพูดกับตัวเองหลังตื่นนอน บอกกับตัวเองว่าวันนี้ต้องทำอะไร มีเป้าหมายอะไรบ้าง อย่างเช่น วันนี้อย่าลืมไปออกกำลังกายนะ หลังเลิกงานสัก 30 นาที หรือเป้าหมายอะไรก็ได้ที่ตั้งใจไว้ บอกกับตัวเองว่า “เราทำได้ เราทำได้ ถึงทำไม่ได้ก็เดี๋ยวเริ่มใหม่”

 

4. การเปลี่ยน

“นิสัย” ซึ่งเป็นรากฐานของคนทุกคน และยังส่งผลต่อการตั้งเป้าหมายในชีวิตอีกด้วย เมื่อรู้จักคิด เขียน และคุย ขั้นสุดท้ายคือการเปลี่ยน เปลี่ยนนิสัยเดิมๆ ที่ทำให้เป้าหมายล้มเหลว ยกตัวอย่างเช่น จะฝึกให้เป็นคนใจเย็น ถ้าเกิดเรื่องผิดพลาดขึ้นมาจะใจเย็น และค่อยๆ คิดเพื่อหาวิธีแก้ไข

แต่การเปลี่ยนนิสัยในช่วงแรกจะมีความอึดอัด เพราะเรายังคุ้นชินกับสิ่งเดิมๆ หงุดหงิดกับสิ่งใหม่ๆ จงมองประโยชน์ที่จะได้มา หากทำสำเร็จ ซึ่งถ้าการเปลี่ยนนิสัยเชื่อมโยงกับกิจวัตรประจำวัน จะเป็นการกระตุ้นให้ตัวเราตอบสนองกับการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ได้เร็ว และเป้าหมายที่ตั้งไว้ก็อยู่ใกล้แค่เอื้อม

 

การตั้งเป้าหมายในชีวิตจะไม่สัมฤทธิ์ผลเลยถ้าไม่ลงมือทำจริงๆ เสียที ถึงแม้วิธีที่เขียนไว้จะเจ๋งสักแค่ไหน มองโลกแง่ดีมากมายเท่าใด คุยกับตัวเองบ่อยมากจนเบื่อ หรือเปลี่ยนนิสัยเป็นคนอีกคน แต่ถ้าไม่ลงมือทำสักที เป้าหมายที่ตั้งไว้ก็คงถูกฝุ่นเกาะ หรือไม่ก็มีหยากไย่จับจองไปหมดแน่ๆ เลย… อีกอย่างเราต้องมีความพยายามที่จะทำ เห็นคุณค่า ว่าถ้าเราไปถึงชีวิตเราจะมีความสุขแค่ไหน  แล้วเราจะอยากทำมันโดยไม่รู้สึกเสียเวลา

 

ขอบคุณข้อมูลในการสร้างแรงบันดาลดีๆ จาก jobsdb