ระยะเวลา : 7 วัน

รอบการจัดกิจกรรม (สามารถเลือกรอบที่ผู้สมัครสะดวก ยิ่งสะดวกหลายรอบยิ่งมีโอกาสมาก)
รอบที่ 1 24 – 30 กันยายน 2560
รอบที่ 2 01 – 07 ตุลาคม 2560
รอบที่ 3 08 – 14 ตุลาคม 2560
รอบที่ 4 15 – 21 ตุลาคม 2560
รอบที่ 5 22 – 28 ตุลาคม 2560

ค่าใช้จ่าย : ค่าโครงการ 6,800 บาท (รวมค่าอาหารกลางวัน 3 มื้อ วันเวิร์คชอป ไม่รวมค่าที่พัก)
ค่าที่พัก 250 บาท/ คืน (ไม่บังคับ)

หลักการและเหตุผล
เนื่องด้วยการศึกษาเป็นรากฐานสำคัญที่จะทำให้สังคมเกิดความมั่นคงและมีการพัฒนายิ่งขึ้น
โดยเฉพาะการศึกษาในระดับระดับอุดมศึกษา ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับวิชาชีพเฉพาะด้าน เพื่อนำไปประกอบอาชีพในอนาคต ทั้งนี้
การเลือกเรียนในสาขาที่เหมาะสมกับตนเองหรือสนใจจริงจึงเป็นสิ่งความสำคัญ แต่อุปสรรคใหญ่สำหรับเยาวชน
คือการเลือกคณะที่จะเข้าเรียน สาเหตุคือ พวกเขาขาดโอกาสสัมผัส
เรียนรู้ชีวิตการทำงานจริงในอาชีพที่สนใจก่อนตัดสินใจเลือกคณะหรืออาชีพในอนาคต
จึงพบว่าเยาวชนจำนวนไม่น้อยที่ไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร สนใจทางด้านไหน
หรือมีสาขาอาชีพใดที่เป็นทางเลือกที่ดีให้กับตัวเองได้บ้าง
ส่งผลให้การเลือกศึกษาต่อสำหรับเยาวชนส่วนใหญ่เป็นไปอย่างไร้จุดหมายหรือลองผิดลองถูก
หลังจากเรียนได้ไม่นานจึงรู้ตัวว่าไม่ได้เหมาะสมหรือสนใจในคณะที่เรียนอยู่จริง ส่งผลให้เรียนแล้วไม่มีความสุข
เกิดเป็นปัญหาในชีวิตของเยาวชนเหล่านั้น และเป็นที่มาของการลาออกเพื่อสอบเข้าเรียนใหม่
ทำให้เสียเวลาต่อตนเองและเสียโอกาสต่อคนอื่น
ในขณะเดียวกันมีเยาวชนอีกกลุ่มหนึ่งที่รู้ตัวเองว่าสนใจเรียนต่อคณะหรือวิชาชีพใด
แต่เมื่อจบการศึกษาและเข้าสู่การทำงานแล้วกลับพบว่า การทำงานในอาชีพที่ตนเองเรียนจบมานั้นไม่ใช่อย่างที่คิดไว้ตั้งแต่แรก
ทำให้ไม่อยากทำงาน ไม่มีแรงบันดาลใจ เป็นต้น สุดท้ายกลับพบว่าชีวิตการทำงานไม่มีความสุขเลย
ทั้งหมดนี้จึงเป็นที่มาของโครงการ “Dream Catcher Master ตามติดชีวิตวัยทำงาน” ซึ่งจัดโดยกลุ่มกิจการเพื่อสังคมโนว์อาร์
(Know-Are Social Enterprise) ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มของบัณฑิตจากคณะและมหาวิทยาลัยต่าง ๆ
เพื่อสร้างพื้นที่ให้เยาวชนได้สัมผัสชีวิตการทำงาน โดยเน้นไปที่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย
เพื่อแนะแนวให้พวกเขาสามารถเลือกศึกษาต่อและอาชีพในอนาคตผ่านประสบการณ์ของตัวเอง

 

วัตถุประสงค์
1. เยาวชนเกิดแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ นำมาซึ่งความตั้งใจที่จะศึกษาต่อและเลือกที่จะประกอบอาชีพที่สนใจ
2. เยาวชนนำความรู้ ความเข้าใจ ประสบการณ์ที่ได้จากการฝึกงานจริงไปใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจ
เพื่อเลือกวิชาชีพที่จะศึกษาต่อและประกอบอาชีพในอนาคต
3. เยาวชนเกิดทัศนคติที่ดีต่อองค์กรและเป็นการเปิดมุมมองต่างๆ ของวิชาชีพที่สนใจ

 

สิ่งที่ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับ
               1. กิจกรรมเวิร์คชอป 3 วัน ที่จะเน้นเรื่องการทำความเข้าใจตัวเองอย่างลึกซึ้ง ในหลายๆ มิติของชีวิต
โดยให้ความสำคัญกับการค้นหาสิ่งที่เป็นแรงบันดาลใจ เรียนรู้กระบวนการฟังผู้อื่น ผ่านกิจกรรมสุนทรียสนทนา
ทำให้ได้เรียนรู้กระบวนการฟังอย่างเข้าใจ ห้อยแขวนการตัดสินจากคำพูดแต่ฟังอย่างลึกซึ้ง
ให้รับรู้ถึงความรู้สึกและความต้องการเบื้องหลังคำพูดนั้นๆ เพื่อทำให้ผู้เรียนได้เปิดใจและเคารพความแตกต่างของบุคคลในสังคมมากยิ่งขึ้น
นอกจากการเข้าใจตนเองแล้วยังต้องเปิดใจรับคนรอบข้างและสังคมให้มากขึ้นด้วยเช่นกัน
จึงเป็นที่มาของกิจกรรมผู้นำสี่ทิศ ผู้เรียนจะได้เรียนรู้หลักการในการใช้ชีวิตและสิ่งที่คนแต่ละทิศให้คุณค่า
อีกทั้งกิจกรรมการกระตุ้นความคิดผ่านการฝึกตั้งคำถามและวิธีการแสวงหาคำตอบของผู้เรียน
ในขณะเดียวกันมีกิจกรรมที่แนะแนวการวางแผนชีวิตด้วยการคิดจากปลายทางถอยกลับมาที่ต้นทาง
จากชีวิตที่อยากมีอาชีพที่อยากเป็น ถอยกลับมาที่ความรู้ที่ต้องมี การเรียน การเตรียมตัวและอื่นๆ
พร้อมทั้งคำนึงถึงเรื่องสมดุลแห่งชีวิตทั้ง 8 ด้าน
                2. โอกาสเดียวที่เด็กมัธยมจะได้สัมผัสประสบการณ์ชีวิตการทำงานจริงในสาขาอาชีพที่สนใจ ในระยะเวลา 4 วัน
ที่จะทำให้พวกเขาได้เรียนรู้และสัมผัสถึงชีวิตการทำงานจริง ลักษณะงานจริง ไปจนถึงความเป็นอยู่
การใช้ชีวิตประจำวันของบุคคลที่ประกอบอาชีพนั้นๆ
สามารถนำประสบการณ์การเรียนรู้จากสิ่งต่างๆเหล่านี้ไปใช้ประกอบเป็นข้อมูลการตัดสินใจในเส้นทางชีวิตได้
                3. การปรึกษาส่วนตัวในเรื่องของอาชีพ ที่จะสะท้อนให้ผู้ร่วมโครงการเห็นถึงมุมมองต่างๆ
โดยอ้างอิงจากลักษณะงานจริงที่พบเจอในปัจจุบัน เพื่อจะได้เปรียบเทียบกับตนเอง
ว่าสามารถอยู่ในสภาพแวดล้อมหรือสังคมแบบนั้นได้หรือไม่ในอนาคต ถ้าจะประกอบอาชีพนั้นจริงๆ
                4. การทบทวนบทเรียนวิชาฟิสิกส์(สายการเรียนวิทย์-คณิต) และคณิตศาสตร์ในหัวข้อที่สนใจ
โดยผู้สอนที่มีประสบการณ์การสอนมากกว่า 8 ปี ที่เน้นสอนให้เข้าใจมากกว่าการท่องจำ
                5. สามารถนำกิจกรรมที่เข้าร่วมเป็นผลงานชิ้นสำคัญในการทำพอร์ตฟอลิโอ(portfolio)
เพื่อยื่นเข้าเรียนในคณะที่ต้องการ พร้อมแนะแนวการทำพอร์ตอย่างไรให้กรรมการสตั้น
โดยการสื่อให้กรรมการทราบถึงความต้องการ ความใส่ใจของเราอย่างแท้จริงที่อยากจะประกอบอาชีพนั้นจริงๆ

 

เหมาะสำหรับ เด็กมัธยมศึกษาปีที่ 3 ขึ้นไป (อายุ 15 ปีขึ้นไป)

 

รูปแบบการดำเนินกิจกรรม
รูปแบบการเรียนรู้ที่ใช้จะเป็นในเชิงของการประชุมเชิงปฏิบัติการ หรือเวิร์คชอป (Workshop) มากกว่าการบรรยาย
โดยให้ความสำคัญกับการฝึกคิดตั้งคำถามและลงมือทำจริง กิจกรรมจะยึดหลักการเรียนรู้เป็นขั้นตอน เริ่มจากเรียนรู้ตัวเอง
คนรอบข้าง และสังคม ตามลำดับ ผู้เรียนที่ผ่านกิจกรรมจะเข้าใจในตัวเองมากขึ้น มีความมั่นใจในตัวเอง
กล้าแสดงออกอย่างถูกวิธี สามารถคิดวิเคราะห์ สามารถตั้งคำถามและตอบคำถามที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
เข้าใจความแตกต่างของแต่ละบุคคล เคารพคุณค่าของกันและกัน สามารถวางแผนชีวิตตัวเองได้
มีความอดทนและมุ่งมั่นในสิ่งที่จะทำ

 

ระยะเวลาของโครงการ 7 วัน โดยแบ่งเป็นดังนี้

ช่วงเตรียมตัวก่อนฝึกงาน (1 วัน)
กิจกรรมหลักเรื่องการทบทวนเพื่อใคร่ครวญทำความเข้าใจตัวเองอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ผ่านกิจกรรมในรูปแบบของจิตปัญญาศึกษา ซึ่งเน้นการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรงของแต่ละคน เพื่อทำความเข้าใจหลายๆ
มิติของชีวิต โดยกิจกรรมจะให้ความสำคัญกับการค้นหาสิ่งที่เป็นแรงบันดาลใจที่เหมือนกับพลังงานของแต่ละคน
จากนั้นจึงเป็นการปรับปรุงกระบวนการฟังผู้อื่น ผ่านกิจกรรมสุนทรียสนทนา ทำให้ได้เรียนรู้กระบวนการฟังอย่างเข้าใจ
ห้อยแขวนการตัดสินจากคำพูดแต่ฟังอย่างลึกซึ้ง ให้รับรู้ถึงความรู้สึกและความต้องการเบื้องหลังคำพูดนั้นๆ
เพื่อทำให้ผู้เรียนได้เปิดใจและเคารพความแตกต่างของบุคคลในสังคมมากยิ่งขึ้น
หลังจากนั้นเป็นขั้นพัฒนาต่อจากการเข้าใจตนเอง
นอกจากการเข้าใจตนเองแล้วยังต้องเปิดใจรับคนรอบข้างและสังคมให้มากขึ้นด้วยเช่นกัน จึงเป็นที่มาของกิจกรรมผู้นำสี่ทิศ
ที่สามารถจำแนกคนออกเป็น 4 ลักษณะใหญ่ๆ ผู้เรียนจะได้เรียนรู้หลักการในการใช้ชีวิตและสิ่งที่คนแต่ละทิศให้คุณค่า
รวมถึงการชี้แจงการฝึกปฏิบัติงานของผู้เข้าร่วมโครงการในวัดถัดไป วิธีการปฏิบัติตัวในที่ทำงาน การสังเกต การตั้งคำถาม
เพื่อเป็นประโยชน์สูงสุดแก่ตนเอง

 

2. ช่วงฝึกงาน (4 วัน)
สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นย่อมไม่เท่าได้ลงมือทำจริง ๆ
การฝึกงานจึงเป็นการให้เด็กได้ลองทำในสิ่งที่คิดว่าอยากทำในอนาคต ซึ่งจะทำให้ความรู้สึกของการกระทำนั้น ๆ
ชัดเจนยิ่งขึ้นและส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกทางเดินของชีวิตในภายภาคหน้า การฝึกงานเป็นรูปแบบของ Work-base
experiment คือ การเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรงทั้งจากตัวเอง สังคมโดยรอบ และสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง
ในช่วงของการฝึกงานจะมีการติดตามประเมินและทดสอบผู้เรียนตลอดเวลา

 

3.ช่วงสรุปผลและวางแผนชีวิต (2 วัน)
วันที่ 1 แลกเปลี่ยนประสบการณ์ของการฝึกงานในสายอาชีพที่สนใจ ซึ่งจะท าให้ได้เข้าใจความหมายและคุณค่าของ
แต่ละอาชีพมากยิ่งขึ้น และเพื่อเป็นการวัดผลระหว่างภาพของอาชีพที่ฝันไว้กับการได้ลงมือทำจริง หลักจากนั้นจึงเป็นการฝึก
คิด แนะนำการตั้งค าถามที่ถูกต้องเพื่อให้ได้คำตอบที่ถูกต้อง หลาย ๆ ครั้งพบว่าเด็กไทยไม่ชอบตั้งคำถาม เนื่องจากระบบ
การศึกษาไม่ได้สอนให้ฝึกตั้งค าถาม กิจกรรมนี้จะท าให้ผู้เรียนได้ฝึกคิดวิเคราะห์มากยิ่งขึ้น รวมถึงทักษะการพูด การกล้า
แสดงออก กล้าแสดงความคิดเห็นที่ซึ่งจะเป็นรากฐานที่สำคัญต่อการใช้ชีวิตต่อไปในอนาคต

วันที่ 2 กิจกรรมการกระตุ้นความคิดผ่านการฝึกตั้งคำถามและวิธีการแสวงหาคำตอบของผู้เรียนให้มากยิ่งขึ้น
พร้อมทั้งเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคนอื่นๆ เพื่อค้นหาทางเลือกและโอกาสใหม่ๆสำหรับอนาคต ในขณะเดียวกันมีกิจกรรม
Life design ในการแนะแนวการวางแผนชีวิตด้วยการคิดจากปลายทางถอยกลับมาที่ต้นทาง
จากชีวิตที่อยากมีอาชีพที่อยากเป็น ถอยกลับมาที่ความรู้ที่ต้องมี การเรียน การเตรียมตัวและอื่น ๆ พร้อมทั้งคำนึงถึงเรื่อง
Work-life balance สมดุลแห่งชีวิตทั้ง 8 ด้านด้วยเช่นกัน

ในทุกกิจกรรมจะเน้นการพัฒนาปัญญา 3 ฐาน ประกอบไปด้วยปัญญาฐานกาย ฐานคิด และฐานใจ
เนื่องจากสามสิ่งนี้เป็นปัจจัยหลักในการพัฒนาตนเองของผู้เรียน ที่จะเป็นความรู้ติดตัวที่สามารถปรับใช้ได้กับทุกสถานการณ์
อันจะนำไปสู่การสร้างเยาวชนที่มีคุณภาพ เพื่อการพัฒนาสังคมที่อยู่ร่วมกันอย่างมีความหมายให้ก้าวไกลอย่างยั่งยืน

 

สถานที่ : Know-are Learning Space ซอยงามวงศ์วาน14 (ตรงข้ามพันธ์ทิพย์งามวงศ์วาน)
แผนที่การเดินทาง

ขั้นตอนการสมัคร
1. กรอกใบสมัครออนไลน์ (สามารถขอลิงค์สมัครได้ที่ไลน์แอด: @know-are) พร้อมเลือกช่วงเวลาที่สะดวกมาโครงการ
**(กรุณาตรวจสอบช่วงเวลาของท่านให้แน่ใจว่าจะมาเข้าร่วมโครงการได้
เมื่อท่านชำระค่ามัดจำและผ่านการสัมภาษณ์แล้ว
หากท่านมีการเปลี่ยนแปลงหรือการยกเลิกที่มาจากทางผู้สมัครเองไม่ว่ากรณีใดๆ
ทางเราไม่สามารถคืนค่ามัดจำได้)**
2. ชำระมัดจำโครงการร้อยละ50 (3,400 บาท) โดยการโอนเงิน ภายใน 5 วันหลังจากการสมัคร
บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาพันธุ์ทิพย์ พลาซ่า งามวงศ์วาน
บริษัท โนว์อาร์ เลิร์นนิ่ง จำกัด เลขที่บัญชี 388-236153- 1
3. ส่งหลักฐานการโอนเงินมาที่ @know-are พร้อมแจ้งชื่อ-สกุลผู้สมัคร
4. ทางทีมงานจะส่งใบเสร็จรับเงิน ทางช่องทางที่ท่านส่งหลักฐานการโอนเงิน
5. สำหรับผู้ที่ชำระมัดจำแล้ว ทีมงานจะโทรไปสัมภาษณ์ โดยรอบการสัมภาษณ์จะเป็นทุกๆวันพฤหัสบดี
และแจ้งผลการสัมภาษณ์ว่าผ่านหรือไม่ผ่าน
6. เมื่อผ่านการสัมภาษณ์แล้ว ทางเราจะส่งเรื่องและรอการตอบรับจากสถานที่ฝึกงาน
เมื่อได้รับการตอบรับจากที่ฝึกงานแล้ว
ทีมงานจะโทรไปแจ้งผลการตอบรับและส่งจดหมายยืนยันการเข้าร่วมโครงการให้แก่ผู้สมัคร
7. สำหรับผู้ที่ผ่านการสัมภาษณ์และได้รับการตอบรับจากที่ฝึกงานแล้ว ให้ชำระเงินส่วนที่เหลือ (3,400 บาท) +
ค่าที่พัก(ตามความประสงค์) ภายใน 5 วัน มิฉะนั้นสิทธิ์การฝึกงานอาชีพนั้นๆจะถูกยกเลิกและให้สิทธิ์
แก่ผู้สมัครคนถัดไป
8. ส่งหลักฐานการโอนเงินมาที่ @know-are พร้อมแจ้งชื่อ-สกุลผู้สมัคร
9. ทางทีมงานจะส่งใบเสร็จรับเงิน ทางช่องทางที่ท่านส่งหลักฐานการโอนเงิน
10. ทีมงานจะเชิญผู้สมัครเข้าไลน์กลุ่ม เพื่อชี้แจงรายละเอียดต่อไป

 

หมายเหตุ
เนื่องจากเป็นโครงการที่นิยมและรับสมัครจำนวนจำกัด การมีสิทธิ์สัมภาษณ์จะต้องชำระมัดจำโครงการก่อน
และการสมัครเข้าร่วมโครงการจะเสร็จสมบูรณ์เมื่อท่านชำระค่าโครงการเต็มจำนวนเรียบร้อยแล้ว

ท่านอ่านเอกสารและรับทราบข้อมูลโครงการ DC Master ครั้งที่ 7 เรียบร้อยแล้ว
หากมีข้อสอบถามเพิ่มเติม สอบถามได้ที่ไลน์แอด: @know-are
โทร 097-0908402
www.know-are.com