ระยะเวลา : 3 วัน

รอบการจัดกิจกรรม (สามารถเลือกรอบที่ผู้สมัครสะดวก ยิ่งสะดวกหลายรอบยิ่งมีโอกาสมาก)

รอบที่ 1 24 – 26 กันยายน 2560
รอบที่ 2 1 – 3 ตุลาคม 2560
รอบที่ 3 8 – 10 ตุลาคม 2560
รอบที่ 4 15 – 17 ตุลาคม 2560

ค่าใช้จ่าย
ค่าโครงการ 3 วัน 3,800 บาท (รวมค่าอาหารกลางวัน 1 มื้อ วันเวิร์คชอป ไม่รวมค่าที่พัก)
ค่าที่พัก 250 บาท/ คืน (ไม่บังคับ)

 

หลักการและเหตุผล
เนื่องด้วยการศึกษาเป็นรากฐานสำคัญที่จะทำให้สังคมเกิดความมั่นคงและมีการพัฒนายิ่งขึ้น
โดยเฉพาะการศึกษาในระดับระดับอุดมศึกษา ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับวิชาชีพเฉพาะด้าน เพื่อนำไปประกอบอาชีพในอนาคต ทั้งนี้
การเลือกเรียนในสาขาที่เหมาะสมกับตนเองหรือสนใจจริงจึงเป็นสิ่งความสำคัญ แต่อุปสรรคใหญ่สำหรับเยาวชน
คือการเลือกคณะที่จะเข้าเรียน สาเหตุคือ พวกเขาขาดโอกาสสัมผัส
เรียนรู้ชีวิตการทำงานจริงในอาชีพที่สนใจก่อนตัดสินใจเลือกคณะหรืออาชีพในอนาคต
จึงพบว่าเยาวชนจำนวนไม่น้อยที่ไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร สนใจทางด้านไหน
หรือมีสาขาอาชีพใดที่เป็นทางเลือกที่ดีให้กับตัวเองได้บ้าง
ส่งผลให้การเลือกศึกษาต่อสำหรับเยาวชนส่วนใหญ่เป็นไปอย่างไร้จุดหมายหรือลองผิดลองถูก
หลังจากเรียนได้ไม่นานจึงรู้ตัวว่าไม่ได้เหมาะสมหรือสนใจในคณะที่เรียนอยู่จริง ส่งผลให้เรียนแล้วไม่มีความสุข
เกิดเป็นปัญหาในชีวิตของเยาวชนเหล่านั้น และเป็นที่มาของการลาออกเพื่อสอบเข้าเรียนใหม่
ทำให้เสียเวลาต่อตนเองและเสียโอกาสต่อคนอื่น
ในขณะเดียวกันมีเยาวชนอีกกลุ่มหนึ่งที่รู้ตัวเองว่าสนใจเรียนต่อคณะหรือวิชาชีพใด
แต่เมื่อจบการศึกษาและเข้าสู่การทำงานแล้วกลับพบว่า การทำงานในอาชีพที่ตนเองเรียนจบมานั้นไม่ใช่อย่างที่คิดไว้ตั้งแต่แรก
ทำให้ไม่อยากทำงาน ไม่มีแรงบันดาลใจ เป็นต้น สุดท้ายกลับพบว่าชีวิตการทำงานไม่มีความสุขเลย
ทั้งหมดนี้จึงเป็นที่มาของโครงการ “Dream Catcher Master ตามติดชีวิตวัยทำงาน” ซึ่งจัดโดยกลุ่มกิจการเพื่อสังคมโนว์อาร์
(Know-Are Social Enterprise) ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มของบัณฑิตจากคณะและมหาวิทยาลัยต่าง ๆ
เพื่อสร้างพื้นที่ให้เยาวชนได้สัมผัสชีวิตการทำงาน โดยเน้นไปที่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย
เพื่อแนะแนวให้พวกเขาสามารถเลือกศึกษาต่อและอาชีพในอนาคตผ่านประสบการณ์ของตัวเอง

วัตถุประสงค์
1. เยาวชนเกิดแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ นำมาซึ่งความตั้งใจที่จะศึกษาต่อและเลือกที่จะประกอบอาชีพที่สนใจ
2. เยาวชนนำความรู้ ความเข้าใจ ประสบการณ์ที่ได้จากการฝึกงานจริงไปใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจ
เพื่อเลือกวิชาชีพที่จะศึกษาต่อและประกอบอาชีพในอนาคต
3. เยาวชนเกิดทัศนคติที่ดีต่อองค์กรและเป็นการเปิดมุมมองต่างๆ ของวิชาชีพที่สนใจ

 

รูปแบบการดำเนินกิจกรรม
รูปแบบการเรียนรู้ที่ใช้จะเป็นในเชิงของการประชุมเชิงปฏิบัติการ หรือเวิร์กชอป (Workshop) มากกว่าการบรรยาย
โดยให้ความสำคัญกับการฝึกคิดตั้งคำถามและลงมือทำจริง กิจกรรมจะยึดหลักการเรียนรู้เป็นขั้นตอน เริ่มจากเรียนรู้ตัวเอง
คนรอบข้าง และสังคม ตามลำดับ ผู้เรียนที่ผ่านกิจกรรมจะเข้าใจในตัวเองมากขึ้น มีความมั่นใจในตัวเอง
กล้าแสดงออกอย่างถูกวิธี สามารถคิดวิเคราะห์ สามารถตั้งคำถามและตอบคำถามที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
เข้าใจความแตกต่างของแต่ละบุคคล เคารพคุณค่าของกันและกัน สามารถวางแผนชีวิตตัวเองได้
มีความอดทนและมุ่งมั่นในสิ่งที่จะทำ

 

ระยะเวลาของโครงการ 3 วัน โดยแบ่งเป็นดังนี้
1. ช่วงเตรียมตัวก่อนฝึกงาน (1 วัน)
กิจกรรมหลักเรื่องการทบทวนเพื่อใคร่ครวญทำความเข้าใจตัวเองอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ผ่านกิจกรรมในรูปแบบของจิตปัญญาศึกษา ซึ่งเน้นการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรงของแต่ละคน เพื่อทำความเข้าใจหลายๆ
มิติของชีวิต โดยกิจกรรมจะให้ความสำคัญกับการค้นหาสิ่งที่เป็นแรงบันดาลใจที่เหมือนกับพลังงานของแต่ละคน
จากนั้นจึงเป็นการปรับปรุงกระบวนการฟังผู้อื่น ผ่านกิจกรรมสุนทรียสนทนา ทำให้ได้เรียนรู้กระบวนการฟังอย่างเข้าใจ
ห้อยแขวนการตัดสินจากคำพูดแต่ฟังอย่างลึกซึ้ง ให้รับรู้ถึงความรู้สึกและความต้องการเบื้องหลังคำพูดนั้นๆ
เพื่อทำให้ผู้เรียนได้เปิดใจและเคารพความแตกต่างของบุคคลในสังคมมากยิ่งขึ้น
หลังจากนั้นเป็นขั้นพัฒนาต่อจากการเข้าใจตนเอง
นอกจากการเข้าใจตนเองแล้วยังต้องเปิดใจรับคนรอบข้างและสังคมให้มากขึ้นด้วยเช่นกัน จึงเป็นที่มาของกิจกรรมผู้นำสี่ทิศ
ที่สามารถจำแนกคนออกเป็น 4 ลักษณะใหญ่ๆ ผู้เรียนจะได้เรียนรู้หลักการในการใช้ชีวิตและสิ่งที่คนแต่ละทิศให้คุณค่า
รวมถึงการชี้แจงการฝึกปฏิบัติงานของผู้เข้าร่วมโครงการในวัดถัดไป วิธีการปฏิบัติตัวในที่ทำงาน การสังเกต การตั้งคำถาม
เพื่อเป็นประโยชน์สูงสุดแก่ตนเอง

 

2. ช่วงฝึกงาน (2 วัน)
สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นย่อมไม่เท่าได้ลงมือทำจริง ๆ
การฝึกงานจึงเป็นการให้เด็กได้ลองทำในสิ่งที่คิดว่าอยากทำในอนาคต ซึ่งจะทำให้ความรู้สึกของการกระทำนั้น ๆ ชัดเจนยิ่งขึ้นและส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกทางเดินของชีวิตในภายภาคหน้า การฝึกงานเป็นรูปแบบของ Work-base
experiment คือ การเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรงทั้งจากตัวเอง สังคมโดยรอบ และสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง
ในช่วงของการฝึกงานจะมีการติดตามประเมินและทดสอบผู้เรียนตลอดเวลา
**อาชีพที่เปิดรับ : บริหาร-การตลาด การท่องเที่ยว เว็บดีไซน์ นิเทศ สัตวแพทย์
อาชีพอื่นๆ ที่นอกเหนือจากนี้ โปรดสอบถามทางไลน์: @know-are หรือโทร 097-0908402

 

สถานที่ : Know-are Learning Space ซอยงามวงศ์วาน14 (ตรงข้ามพันธ์ทิพย์งามวงศ์วาน)
แผนที่การเดินทาง

 

ขั้นตอนการสมัคร
1. กรอกใบสมัครออนไลน์ (สามารถขอลิงค์สมัครได้ที่ไลน์แอด: @know-are) พร้อมเลือกช่วงเวลาที่สะดวกมาโครงการ
**(กรุณาตรวจสอบช่วงเวลาของท่านให้แน่ใจว่าจะมาเข้าร่วมโครงการได้
หากท่านมีการเปลี่ยนแปลงที่มาจากทางผู้สมัครเองไม่ว่ากรณีใดๆ ทางเราไม่สามารถคืนค่าสมัครได้)**
2. ชำระค่าโครงการ 3,800 บาท โดยการโอนเงิน ภายใน 5 วันหลังจากการสมัคร
บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาพันธุ์ทิพย์ พลาซ่า งามวงศ์วาน
บริษัท โนว์อาร์ เลิร์นนิ่ง จำกัด เลขที่บัญชี 388-236153- 1
3. ส่งหลักฐานการโอนเงินมาที่ @know-are พร้อมแจ้งชื่อ-สกุลผู้ที่สมัคร
4. ทางทีมงานจะส่งใบเสร็จรับเงิน ทางช่องทางที่ท่านส่งหลักฐานการโอนเงิน

 

ทีมงานจะเชิญผู้สมัครเข้าไลน์กลุ่ม เพื่อชี้แจงรายละเอียดต่อไป
หมายเหตุ
*** เนื่องจากเป็นโครงการที่นิยมและรับสมัครจำนวนจำกัด
การสมัครเข้าร่วมโครงการจะเสร็จสมบูรณ์เมื่อท่านชำระค่าโครงการเรียบร้อยแล้ว
ท่านอ่านเอกสารและรับทราบข้อมูลโครงการ DC Master Half ครั้งที่ 7 เรียบร้อยแล้ว
หากมีข้อสอบถามเพิ่มเติม สอบถามได้ที่ไลน์แอด: @know-are หรือโทร 097-0908402 / www.know-are.com