‘เด็กเก่ง’ ไม่จำเป็นต้องเรียนหมอ!
.
พวกแกว่าจริงไหม? ที่จะมีอะไรดีไปกว่าการรู้จักตัวเอง รู้ว่าเราชอบอะไร ถนัดสิ่งไหน

.
บางคนเรียนวิทย์-คณิตมาอาจจะเก่งก็จริง เก่งมากเลยด้วย ระดับตัว Top ของห้อง แต่เค้าไม่ได้ชอบสายนี้อ่ะ ชีวิตวันๆอยู่แต่กับหนังเปิด Youtube ดูภาพยนตร์แต่นั่นเป็น ‘ความสุข’ ของเค้า จะให้เค้าไปเรียนรู้โลกดาราศาสตร์ หรือทำวิจัยเมล็ดพันธุ์ เค้าก็ทำได้นะ แต่จะฝืนไปทำไม เหนื่อยเปล่าๆ

.
เลื่อนไปเจอกระทู้พันทิปอันหนึ่ง ถึงกับเอามือทาบอก พูดกับตัวเองในใจ “แบบนี้ก็ได้หรอ?”
เนื้อหาในกระทู้เนี่ย เค้าบอกว่า เด็กหัวกะทิอย่างน้องที่สอบติดแอดมิชชั่นอันดับ 1  ของประเทศปีนี้ ไม่มีสักอาชีพเลยหรอ จะเรียนหมอ
หรือวิศวะก็ได้ ที่สร้างประโยชน์ให้กับประเทศมากกว่านิเทศศาสตร์ แถมยังบอกอีกว่า เสียดายแทนประเทศไทย ที่ผู้ปกครองก็ตามใจลูก  คนนอกที่นั่งพิมพ์กระทู้อย่างเขา
คงทำได้แค่…ถอนใจ

.
คุณพระ! เสียงอุทานเกิดขึ้นเล็กน้อยระหว่างอ่านกระทู้นี้จบ  เชื่อว่ายังมีผู้ใหญ่อีกหลายคนที่คิดแบบนี้ เลยรีบติดต่อหา ‘ น้องเก็ต – ครองพิภพ วิรัตินันท์ ‘
เด็กหนุ่มจากนครศรีธรรมราช ผู้พิชิตคะแนนแอดมิดชั่นอันดับ 1 ของประเทศในคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ
คุยไปคุยมาก็ได้คำตอบมาแบบชัดเจนว่า  ‘ น้องเลือกทำในสิ่งที่ตัวเองรักมากกว่าค่านิยม ‘

.
เก็ตบอกว่า ตอนเรียนได้มีโอกาสทำหนังสั้นแล้วสนุก แถมยังเป็นสิ่งที่ทำได้ดี
และด้วยความที่สนใจเรื่องโซเชียลฯ  ชอบดูหนังใน Youtube ทำให้เก็ตอยากทำงานเบื้องหลัง
ด้านภาพยนตร์ แม้เพื่อนหลายคน จะพากันไปสอบคณะยอดฮิต ก็ไม่ได้ทำให้เก็ตลังเลและทิ้งความตั้งใจนี้ไปได้เลย

.
ที่บ้านเก็ต คุณแม่จะเลี้ยงแบบอิสระ แต่จะคอยดูอยู่ห่างๆ ตอนที่น้องบอกอยากเรียนนิเทศฯแม่ถามว่า ทำไมถึงไม่เลือกเรียนหมอหรือเภสัชแบบพี่สาวล่ะ แต่เก็ตมองว่า อาชีพไหนก็สร้างประโยชน์ได้เหมือนกัน อยู่ที่ตัวเรามากกว่าว่าจะเลือกใช้ชีวิตแบบไหน โชคดีของเก็ตที่แม่รับฟังเหตุผลและให้โอกาสเก็ต ได้เลือกว่าอยากทำอะไร

.
การที่แม่เก็ตตามใจ เพราะเค้ามองว่า วัยรุ่นเป็นวัยที่กำลังค้นหาตัวเอง เค้าจะรู้ว่าถนัดอะไร เหมาะกับสิ่งไหน ก็ต่อเมื่อได้ลองทำกิจกรรมหลายๆอย่าง ได้เรียนรู้และเจออะไรแบบที่น้องอาจไม่เคยเจอมาก่อน การค้นพบตัวเองได้เร็ว ถือเป็นเรื่องที่ดีมากๆ เพราะ จะให้น้องทนนั่งเรียนในสิ่งที่น้องไม่ชอบ 3-4 ปี สุดท้ายน้องจะกลายเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่รู้จักตัวเอง ไร้ความสุขในการใช้ชีวิต บางคนเรียนเก่งก็จริง แต่ปรับตัวไม่เป็น เพราะฝืนอยู่แต่กับตำราและการชี้นำของครอบครัวมาตลอด

.
ระหว่างให้ลูกเลือกเรียนในสิ่งที่ชอบ หรือบังคับให้เค้าเรียนในสิ่งที่ไม่ถนัด ก็ขึ้นอยู่กับคุณพ่อคุณแม่แล้วค่ะว่า
‘อยากให้ลูกเป็นแบบไหน’